สื่อที่ใชในการจัดการศึกษาทางไกล
การศึกษาทางไกลเปนวิธีการถายทอดความรู
หรือวิธีการจัดการศึกษาที่ใชสื่อเปนตัวกลาง
ดังนั้นสื่อจึงมีความสําคัญมาก
การใชสื่อในการจัดการศึกษาทางไกลจะมีความสอดคลองกับ
ความเจริญกาวหนาของสื่อและเทคโนโลยีดวย
ในระยะเริ่มแรกของการจัดการศึกษาทางไกลใน
ประเทศตาง ๆ
สวนใหญจะเปนการใชสื่อสิ่งพิมพในการถายทอดความรูจากครูอาจารยไปยังผูรับ
หรือนักศึกษาซึ่งมักเรียกวา
การเรียนการสอนทางไปรษณีย ทั้งนี้เพราะสื่ออื่น ๆ ยังไมแพรหลาย
และยังไมมีการพัฒนามากนัก
ในสวนของสื่อสิ่งพิมพก็นับวาเปนสื่อที่มีประสิทธิภาพดังที่ วิจิตร
ศรีสอาน (2529:
5) กลาววา สื่อสิ่งพิมพเปนสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ
ถาเขียนหรือเรยบเรียง
ใหดี ใชเทคนิควิธีการที่ถูกตอง
ผูเรียนจะเรียนไดดวยตนเองโดยตองการความชวยเหลือจากผูสอน
นอยที่สุด
หรืออาจไมจําเปนตองพบกับผูสอนเลย นอกจากสื่อสิ่งพิมพแลวบางประเทศอาจมี
รายการวิทยุกระจายเสียงประกอบ เชน
การสอนภาษาทางวิทยุกระจายเสียงเปนการใช
วิทยุกระจายเสียงในการถายทอดความรู
หรือในบางประเทศไดมีโรงเรียนทางอากาศขึ้น มีการ
จัดทําบทเรียนทางวิทยุกระจายเสียงสําหรับใหผูเรียนเรียนอยูที่บาน
ตอมาไดมีการพัฒนาการขึ้น
อีกลําดับหนึ่ง คือ
การนําวิทยุโทรทัศนเขามาใชในการเรียนการสอนดวย นับวาเปนสื่อที่มี
ประสิทธิภาพ เพราะมีทั้งภาพและเสียง
และตอมาไดมีผูพัฒนาวิทยุโทรทัศนประเภทสีขึ้นทําให
นาสนใจมากยิ่งขึ้น
ดังเชนในประเทศญี่ปุน เยอรมัน มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยทางวิทยุโทรทัศนขึ้น
ในระยะตอมามีการใชสื่อหลากหลายชนิดประกอบกันในการถายทอดความรูหรือเรียกวา
การใชสื่อประสม
โดยอาจจะเลือกสื่อชนิดหนึ่งเปนสื่อหลักแลวใช สื่ออื่น ๆ ใหความรูเสริมหรือที่
เรียกวาสื่อเสริม
ดวยการที่สื่อประเภทตาง ๆ ไดรับการพัฒนาใหมีความกาวหนาทันสมัยมากยิ่งขึ้น
และประกอบกับไดมีการคนควาวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการใชสื่อประเภทตาง
ๆ ในการ
เรียนการสอนทั้งในประเทศไทยและตางประเทศ
พบวา มีการใชสื่อประสมกันมากขึ้น ดังที่วิจิตร
ศรีสอาน (2529:
5) กลาววา “สื่อแตละประเภทตางมีจุดดีและจุดดอย
จะใชสื่อประเภทใดประเภท
หนึ่งเพียงอยางเดียวยอมไมบังเกิดประสิทธิภาพโดยสมบูรณ
การใชชั้นเรียนเปนสื่อการสอนโดยมี
การพบปะระหวางผูเรียนกับผูสอนเปนประจํา
เปนวิธีที่มีประสิทธิภาพมากแตทําไดจํากัด และอาจ
ไมเหมาะกับคนในบางชวงอายุ
เอกสารสิ่งพิมพ แมจะมิใชเปนของใหมแตก็ยังสามารถจะใชเปน
สื่อหลักได
โดยเฉพาะผูเรียนที่อานออกเขียนได
สื่อประเภทวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศนอาจ
เราความสนใจผูเรียนไดดี
แตก็เปนสื่อที่ผูเรียนตองเพงความสนใจที่รายการสูง และตองติดตามให
ทัน มิฉะนั้นบทเรียนก็จะผานไป
นอกเสียจากมีการบันทึกรายการไวจึงจะสามารถนํามาทบทวน
ตามความชาเร็วของการเรียนรูของแตละคนได
และถาจะทําเชนนั้นก็อาจมีคาใชจายสูง ในการจัด
การศึกษาระบบเปดในปจจุบันจึงหันมาเนนการใช
“สอประสม” แทนที่จะใชสื่อเฉพาะ อยางหนึ่ง
อยางใดแตเพียงอยางเดียว กลาวคือ
ไดมีการประยุกตเอาสื่อทางดานไปรษณีย วิทยุกระจายเสยง
วิทยุโทรทัศน
และการสอนเสริมมาจัดเปนระบบสื่อประสมโดยถือสื่อใดสื่อหนึ่งเปนแกนกลางและ
ใชสื่ออื่น ๆ เปนสื่อประกอบ
ทั้งนี้เพื่อใหการเรียนการสอนนาสนใจและมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น จึง
อาจกลาวไดวา “สื่อประสม” ชวยเสริมสรางประสิทธิภาพของการศึกษาทางไกลเปนเอนกประการ”
ดวยสาเหตุดังกลาว
จึงไดมีการใชสื่อประสมในการศึกษาทางไกลกันมากขึ้น โดยเฉพาะ
ในปจจุบันสถานศึกษาหรือหนวยงานผูจัดการศึกษาโดยวิธีการทางไกลบางแหงใชสื่อประสม
2-3
ชนิด เชน
ใชสื่อสิ่งพิมพเปนสื่อหลัก ใชการสอนเสริมหรือการพบกลุมเปนสื่อเสริม
หรือใชสื่อ
สิ่งพิมพเปนหลักและใชวิทยุกระจายเสียงและการพบกลุมเปนสื่อเสริม
บางแหงใชสื่อหลายชนิด
ประสมกัน เชน
ใชสื่อสิ่งพิมพเปนหลัก แลวใชเทปเสียง รายการวิทยุการจายเสียง รายการวิทยุ
โทรทัศน วิดิทัศน คอมพิวเตอร
และการสอนเสริมเปนสื่อเสริม บางแหงใชรายการโทรทัศนเปนสื่อ
หลัก
ใชสื่อสิ่งพิมพแลการพบกลุมเปนสื่อเสริม
หรือบางแหงใชคอมพิวเตอรเปนสื่อหลักและใชสื่อ
สิ่งพิมพ การพบกลุมเปนสื่อเสริม
เปนตน การใชสื่อประสมนั้นอาจใชไดหลายลักษณะดังเชนที่
นิคม ทาแดง (2534:
482 – 442) ไดกลาวไวพอสรุปไดวา
การใชสื่อประสมสามารถแยกออกเปน 2
แบบใหญ คือ
1. ระบบสื่อประสมบูรณาการ
เปนการประสมประสานทุกสิ่งที่เห็นวาเหมาะสมเขา
ดวยกันอยางกลมกลืน
ไมแยกบทบาทของสื่อแตละประเภทอยางชัดเจน รูปแบบนี้ยังแบงออกเปน
2 แบบยอย คือ
1.1 ระบบสื่อหลัก – สื่อเสริม มีการกําหนดใหสื่อประเภทใดประเภทหนึ่งเปนสื่อ
หลักและสื่อประเภทอื่น ๆ เปนสื่อเสริม
สื่อหลักจะบรรจุเนื้อหาสาระทุกอยางครบสมบูรณ สื่อเสริม
เปนเพียงสวนเสริมเพื่อใหเขาใจเนื้อหาในสื่อหลักดียิ่งขึ้นเทานั้น
ระบบนี้ใชมากในการจัด
การศึกษาของมหาวิทยาลัยเปดทั่วโลก
1.2 ระบบโครงสรางเดี่ยว
ไมมีการกําหนดสื่อหลักสื่อเสริม สื่อทุกชนิดที่นํามาใชจะ
เปนสื่อหลักทั้งหมด
ผูเรียนตองศึกษาจากทุกสื่อจึงจะบรรลุวัตถุประสงคของการเรียน สื่อแตละ
ประเภทอาจจะเหมาะสมในการถายทอดเนื้อหาแตละอยาง
แลวนํามาจัดเขาระบบกันเปนขั้นตอน
ใหผูเรียนเรียนเหมือนบทเรียนแบบโปรแกรม
2. ระบบสอประสมแบบแยกบทบาท
เปนระบบที่สื่อแตละอยางจะทําหนาที่และ
บทบาทของตนแยกจากกันอยางชัดเจน
ระบบนี้แยกออกเปน 2 แบบยอย คือ
2.1 ระบบหลายสวน
ผูกําหนดสื่อจะนําหลักสูตรมาวิเคราะหวาเนื้อหาตอนใดจะใช้
สื่อใด เชน บทที่ 1 ใชสิ่งพิมพ บทที่ 2 ใชวีดิทัศน บทที่ 3 ใชชุดทดลอง ผูเรียนตองเรียนจนครบทุก
บทโดยใชสื่อทุกประเภทที่กําหนดไว
ตัวอยางโครงการการศึกษานอกระบบของสภาแรงงาน
แหงชาติของอังกฤษใชระบบนี้
โดยสวนที่เปนการปฏิบัติกําหนดใหฝกที่โรงงาน
2.2 ระบบหลายชองทาง
เนื้อหาแตละตอนจะถูกผลิตออกมาในรูปของสื่อหลาย
ชนิดใหผูเรียนเลือกได เชน
มีเนื้อหา 5 บท
แตละบทจะนําเสนอเนื้อหาอยางสมบุรณดวยสื่อ ตํารา
วิทยุโทรทัศน คอมพิวเตอร
ผูเรียนจะเลือกศึกษาจากสื่อใดก็ได เนื้อหาครบถวนเหมือนกัน รูปแบบ
นี้เหมาะสมกับประเทศที่พัฒนาแลว
สําหรับสื่อที่ใชในการจัดการศึกษาทางไกลในปจจุบันไดมีการพัฒนามากขึ้น
โดยการนํา
เทคโนโลยีสมัยใหมเขามาใชมากขึ้น
เมื่อเริ่มมีการศึกษาทางไกลในระยะแรก ๆ จะเริ่มดวยการใช
สื่อเอกสารหรือที่เรียกวาการเรียนการสอนทางไปรษณีย
โดยครูสงความรูไปยังผูเรียนดวยเอกสาร
การสอนและมีการโตตอบกันดวยจดหมาย
ตอมาไดมีพัฒนาการของการใชวิทยุกระจายเสียง วิทยุ
โทรทัศน ตามลําดับ
และในปจจุบันไดมีการนําคอมพิวเตอรและดาวเทียมมาใชในการเรียนการ
สอนทางไกลกันแพรหลายมากยิ่งขึ้น
สรุป
รูปแบบของการจัดการศึกษาทางไกลที่ประเทศตาง ๆ
ดําเนินอยูในปจจุบันนี้สามารถแบง
ไดเปน 3 รูปแบบ คือ
1) การศึกษาทางไกลแบบเดี่ยว
เปนการที่สถาบันหรือหนวยงานจัดการศึกษาทางไกล
เพียงอยางเดียวไมมีชั้นเรียน 40
2) การศึกษาทางไกลแบบคูขนาน
เปนลักษณะที่สถาบันจัดการศึกษาในแบบชั้นเรียนอยู
เดิมแลว
นําวิธีการศึกษาทางไกลมาจัดคูขนานไปกับแบบชั้นเรียนในโปรแกรม
เดียวกัน
ผูเรียนสามารถเลือกไดวาจะเลือกลงทะเบียนเรียนแบบใด
3) การศึกษาทางไกลแบบผสมผสาน
เปนลักษณะที่สถาบันจัดการศึกษาทั้งแบบชั้นเรียน
และแบบทางไกล
ซึ่งผูเรียนสามารถเรียนทั้ง 2 แบบผสมผสานกันไดโดยไมตองแยกเหมือนแบบที่
2
โดยอาจเปนลักษณะที่สถานศึกษาผสมผสานไว (แบบไรพรมแดน) หรือผูเรียนผสมผสานเอง
เพราะไมสะดวกจะเขาชั้นเรียนโดยตลอด
(แบบตลาดวิชา) นอกจากนั้นยังมีลักษณะที่
สถาบันการศึกษาแหงใดแหงหนึ่งทําหนาที่เปนแมขายแลวนําหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเปดอื่น
ๆ
มาประกอบกัน เปดเปนโปรแกรมตาง ๆ
เปนตน
ในสวนของขั้นตอนของการจัดการศึกษาทางไกลนั้นจากการศึกษาแนวคิดของนัก
การศึกษาทางไกลหลาย ๆ
ทานรวมทั้งสภาพการดําเนินงานของประเทศตาง ๆ สามารถสรุปไดวา
ประกอบดวย 7 ขั้นตอนหลัก ๆ คือ 1)
ขั้นศึกษา วิเคราะหความตองการของกลุมเปาหมาย 2) การ
กําหนดโครงการ/หลักสูตร 3)
การพัฒนาหลักสูตร 4) การกําหนดสื่อที่เหมาะสม 5) การพัฒนาสื่อ
6) การดําเนิการเรียนการสอน
และการจัดบริการสนับสนุนการเรียน และ 7) การประเมินผล
สําหรับสื่อที่ใชในการจัดการศึกษาทางไกลนั้นมีวิวัฒนาการที่สัมพันธกับพัฒนาการและ
ความกาวหนาของสื่อและเทคโนโลยีที่มีอยูในสังคมโลก
นักการศึกษาทางไกลไดวิเคราะหและสรุป
วิวัฒนาการของการใชสื่อในการศึกษาทางไกลออกเปน
5 ระยะ กลาวคือ ระยะที่ 1 เปนการใชสื่อ
สิ่งพิมพเปนหลักและอาจมีการเสริมดวยวิทยุกระจายเสียงบาง
ระยะที่ 2 มีสื่อเพิ่มเติมคือ
วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน
วีดิทัศน เทปเสียง ระยะที่ 3 เริ่มนําคอมพิวเตอรเขามาใชแตยังไมมี
วิธีการหรือรูปแบบที่หลากหลายนัก
ระยะที่ 4 และระยะที่ 5 เปนการใชประโยชนจาก
ความกาวหนาของสื่อและเทคโนโลยีอยางมาก
โดยจัดทําบทเรียนในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ
ระยะที่ 5
ซึ่งนําความกาวหนาของสื่อและเทคโนโลยีมาใชประโยชนในดานการสงเสริมปฏิสัมพันธ
ระหวางผูเรียนกับผูสอนใหมากที่สุด
ใหเสมือนผูเรียนไดเรียนอยูในหองเรียนจริง และสามารถ
ติดตอสื่อสารกับผูสอนไดทุกเวลา